Reiner M. Kroppenstedt, Shanmugam Mayilraj, Joachim M. Wink et al.
Hasil untuk "eess.SP"
Menampilkan 20 dari ~303588 hasil · dari CrossRef
Vukašin Gojšina, András Hunyadi, Chirasak Sutcharit et al.
ลินดา อารีย์
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาลักษณะสมบัติของ Azospirillum ที่มีสมบัติที่ดีในการส่งเสริมการเจริญของข้าว และยังมีเป้าหมายในการทดสอบความสามารถของแบคทีเรียจากน้ำทะเลจำนวนสามไอโซเลตในการยับยั้งการเจริญของ Rhizoctonia solani ที่เป็นสาเหตุของโรคกาบใบแห้งในข้าว ในด้านการควบคุมทางชีวภาพโดยใช้แบคทีเรียจากน้ำทะเลพบว่า Bacillus subtilis TD12-11 และ Bacillus aryabhattai TW1-1N9 มีฤทธิ์ในการยับยั้ง R. solani แม้ว่า Azospirillum ทุกไอโซเลตไม่สามารถยับยั้ง R. solani บนอาหารเลี้ยงเชื้อที่มีการเลี้ยงร่วมกับราได้ อย่างไรก็ตาม Azospirillum เกือบทุกไอโซเลตก็มีความสามารถในการส่งเสริมการเจริญของพืชโดย ตัวอย่างเช่น สามารถผลิตกรดอินโดลอะซีติกซึ่งเป็นฮอร์โมนพืชในช่วง 0.70-200.19 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศ สามารถละลายฟอสเฟต และสามารถผลิตไซเดอโรฟอร์ Azospirillum brasilense ไอโซเลต TS24 เป็นไอโซเลตที่มีสมบัติดีที่สุดในการเป็นไรโซแบคทีเรียที่ช่วยส่งเสริมการเจริญของพืช จากการวิเคราะห์ผลของแบคทีเรียต่อการเจริญของข้าวโดยทดลองปลูกในหลอดทดลองพบว่า ไอโซเลตของ Azospirillum sp. ส่วนใหญ่สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศ สามารถเพิ่มจำนวนของรากแขนง ความสูงของข้าว และน้ำหนักแห้งของต้นข้าวได้อย่างมีนัยสำคัญ สำหรับไอโซเลตของแบคทีเรียจากน้ำทะเลพบว่าช่วยเพิ่มความแข็งแรงของราก จำนวนของรากแขนง ความสูงของต้นข้าว และน้ำหนักแห้งของต้นข้าวอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อทดสอบผลการป้องกันโรคกาบใบแห้งในต้นข้าวพบว่าการใส่แบคทีเรียทั้ง 2 กลุ่มร่วมกันสามารถลดอาการของโรคกาบใบแห้งในข้าว และป้องกันโรคได้ 66.17-89.70% โดย Azospirillum zeae ไอโซเลต PNPHB9 ร่วมกับ B. aryabhattai ไอโซเลต TW1-1N9 มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้สูงสุด การประยุกต์ใช้แบคทีเรีย 2 กลุ่มร่วมกันเพื่อเป็นหัวเชื้อผสมในปุ๋ยชีวภาพสามารถทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีและสารกำจัดราสำหรับการทำการเกษตรแบบยั่งยืนได้
กนิฏฐกา แดนราช
Bacillus subtilis N1 ที่คัดแยกได้จากดินในจังหวัดกาญจนบุรีมีความสามารถในการยับยั้ง การเจริญของ Curvularia sp. ซึ่ง เป็นราก่อโรคใบจุด (โรคจุดสีน้ำ ตาล) ในปทุมมา งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาภาวะที่เหมาะสมที่สุดต่อการผลิตสารยับยั้ง ราและการแยกสารให้บริสุทธิ์จากการแปรผันปัจจัยต่างๆ ได้แก่ อาหารเลี้ยงเชื้อ (NB, LB และ TSB), pH ของอาหารเลี้ยงเชื้อ (pH 6, 7, 8 และ 9), อุณหภูมิในการเพาะเลี้ยง (30, 37 และ 40 องศาเซลเซียส) และระยะเวลาการเพาะเลี้ยง (0 ถึง 24 ชั่วโมง) พบว่าภาวะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ B. subtilis N1 คือการเลี้ยง ในอาหาร TSB pH 7 ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ให้ประสิทธิภาพในการยับยั้ง การเจริญของรา Curvularia sp. ได้ดีที่สุด ซึ่ง B. subtilis N1 สร้างสารออกฤทธิ์ต่อCurvularia sp. ในรูปแบบที่ไม่สัมพันธ์กับการเจริญ (non-growth associated product) เพราะสารดังกล่าวผลิตออกมาในระยะ stationary phase สารออกฤทธิ์นี้ ยังทนต่ออุณหภูมิได้ตั้งแต่ 20 ถึง 121 องศาเซลเซียสและทนค่า pH ได้ตังF แต่ pH 2 ถึง 10 การตกตะกอนโปรตีนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟตในช่วง 20 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์เป็นวิธีแยกสารออกฤทธิ์ที่ดีที่สุดสำหรับ B. subtilis N1 ซึ่งโปรตีนมีแอกติวิตีจำเพาะ 379.82 AU ต่อมิลลิกรัมของโปรตีน หลังจากทำ SDS-PAGE พบโปรตีนที่มีน้ำ หนักโมเลกุล 61.38, 41.98, 36.14 และ 22.13 กิโลดาลตัน โปรตีนในส่วนน้ำใสของเซลล์เพาะเลี้ยง B. subtilis N1 ยับยั้ง การเจริญของ Curvularia sp. ด้วยความเข้มข้นต่ำสุด 350 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรและโปรตีนกึ่งบริสุทธิ์ที่ได้จากการตกตะกอนด้วยแอมโมเนียมซัลเฟตในช่วง 20 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น 14 เท่าในการยับยั้ง Curvularia sp. โดยมีความเข้มข้นต่ำสุด 23.43 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร ทำให้เส้นใยของ Curvularia sp. มีความหนามากขึ้น บวมเป็นปล้องและบางบริเวณบวมเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่ ผลจากการทดลองนี้แสดงให้เห็นว่าสามารถนำสารออกฤทธิ์ที่ผลิตได้ไปพัฒนาเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของ Curvularia sp. ในแปลงเพาะปลูกปทุมมาเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีได้ต่อไป
Rostislav R. Borisov, Elena S. Chertoprud, Dmitry M Palatov et al.
Wan-Jin Chang, Zhiyuan Yao, Shuqiang Li
CABI
Silvia Fabrizi, Vivian Dalstein, Dirk Ahrens
Miłosz Adam Mazur
Zilong Bai, Fengyuan Li, Shuqiang Li
Miłosz Adam Mazur
P. H. A. SNEATH, M. STEVENS
Nikolai A. Krylov
Halaman 10 dari 15180